ข่าวอสังหาริมทรัพย์ » ที่ดินราคาพุ่งแรง หวั่นกำลังซื้อผู้บริโภคหด

ที่ดินราคาพุ่งแรง หวั่นกำลังซื้อผู้บริโภคหด

26 April 2017
141   0

ยุคไทยแลนด์ 4.0 ผู้ประกอบการกลุ่มเรียลเอสเตทต้องมีความพร้อมและปรับตัว ไม่สามารถอยู่นิ่งได้ ทั้งการปรับตัวในการพัฒนาสินค้าให้มีความทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก การทำอสังหาฯ ในรูปแบบอื่นๆ รวมถึงการปรับตัวในการจับมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกัน

ส่วนเรื่องของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ยังไม่ได้เห็นผลกระทบชัดเจนต่อผู้ประกอบการ เพราะยังไม่ได้มีการบังคับใช้ แต่หากปลายปีนี้มีการบังคับใช้จริง เจ้าของที่ดินก็คงจะมีการนำที่ดินออกมาขายมากขึ้นและสามารถเจรจาซื้อขายได้ง่ายขึ้น

ขณะที่ในช่วงไตรมาส 1/2560 ที่ผ่านมานั้น เริ่มเห็นสัญญาณตลาดอสังหาฯ มีความคึกคักมากขึ้น เพราะเนื่องจากช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีก่อนได้มีการชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ โดยเลื่อนมาเปิดในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้แทน จึงส่งผลให้ภาพรวมตลาดคอนโดฯ ค่อยๆ ฟื้นตัว

ด้านดร.ต่อศักดิ์ เลิศศรีสกุลรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ESTAR ได้คาดการณ์ถึงตลาดอสังหาฯในไตรมาส 2 และ 3 ว่าจะมีการเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มตลาดที่ยังไปได้ดีอยู่ คือระดับราคา 3-7 ล้านบาท และตลาดที่น่าจับตามองคือราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งถึงแม้จะเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ก็จริง แต่ก็เป็นกลุ่มที่มีภาระหนี้สินต่อครัวเรือนที่สูงด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามปัญหาหนี้สินต่อครัวเรือนน่าจะทยอยดีขึ้นเพราะปัญหาเรื่องหนี้สินจากรถยนต์คันแรกได้ทยอยหมดลง แต่ทั้งนี้กลุ่มกำลังซื้อดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทเพราะเป็นกลุ่มลูกค้าคนละเซ็กเมนต์กัน

“ตลาดคอนโดฯ ปีนี้น่าจะดีขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหรือใกล้เคียงกัน ปัจจัยที่ยังน่ากังวลคือเรื่องราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นจนกำลังซื้ออาจตามไม่ทัน เพราะเมื่อราคาที่ดินแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็จะผลักภาระไปยังผู้บริโภคสะท้อนมายังราคาขาย แต่ยังมีความโชคดีที่ราคาค่าก่อสร้างยังไม่ขยับตามเพราะราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับต่ำ”

สำหรับแผนงานบริษัทฯ นั้น ปีนี้เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 2-3 โครงการในช่วงครึ่งปีหลังทั้งในเขตกรุงเทพฯและในเขตอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง โดยยังคงเน้นลูกค้าระดับกลาง-บน ด้วยกลยุทธ์การพัฒนาโครงการเน้นการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเพิ่มความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และราคาขาย

ส่วนโครงการในกทม.มีแผนพัฒนาคอนโดฯไฮไลท์ สูง 40 ชั้น ประมาณ 1,000 ยูนิต มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้เป็นต้น

ขณะที่ความคืบหน้าโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและการก่อสร้างนั้น ปัจจุบันกำลังทยอยโอนโครงการ “นารา 9” คอนโดมิเนียมหรูใจกลางสาทร มูลค่า 2,400 ล้านบาท คาดว่าภายในกลางปีนี้จะสามารถโอนล็อตใหญ่ได้ และรับรู้เป็นรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

อนึ่งโครงการคอนโดมิเนียม นารา 9 เป็นอาคารสูง 40 ชั้น จำนวน 361 ยูนิต ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3 ไร่ เป็นห้องชุดแบบ ยูนิตหน้ากว้าง มีระเบียงทุกยูนิต พร้อมสระว่ายน้ำลอยฟ้าแบบ Infinity Edge Pool มองเห็นวิวเมืองกว่า 180 องศา ขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 66 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 9.7 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือยูนิตพร้อมขายอยู่เพียง 15%

ส่วนโครงการแอมเบอร์ คอนโดมิเนียม ติดสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีติวานนท์ มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นที่ 2.59 ล้านบาท เหลือขาย 40-50% เป็นโครงการที่จะพร้อมเข้าอยู่ได้ราวกลางปี 2561 ทั้งนี้ในช่วงกลางปีนี้จะมีการปรับราคาขึ้นอีก 5% ด้วย

ด้านผลประกอบการในช่วงไตรมาส 1/2560 บริษัทคาดว่าจะมียอดขายรวมกว่า 300 ล้านบาท โดยเป็นสัดส่วนยอดขายของโครงการในกรุงเทพฯ 90% และโครงการในจังหวัดระยอง 10% มีอัตราการเติบโตตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ยอดขายทั้งปีบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท หรือเติบโตราว 20% เทียบกับปีก่อน และจะส่งผลให้มีรายได้ในปีนี้สูงกว่า 2,000 ล้านบาทตามแผน