ข่าวเด่นประเด็นร้อน » วิกฤติยุติธรรมคดีการเมือง แกนนำเหลือง-แดง-นกหวีด ใครติด ใครหลุด

วิกฤติยุติธรรมคดีการเมือง แกนนำเหลือง-แดง-นกหวีด ใครติด ใครหลุด

22 July 2017
121   0

วิกฤติยุติธรรมคดีการเมือง แกนนำเหลือง-แดง-นกหวีด ใครติด ใครหลุด

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่ม “แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ” (นปช.) พลาดโอกาสไปร่วมแสดงพลัง-ให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการขึ้นไต่สวนพยานคดีรับจำนำข้าวนัดสุดท้าย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (21 ก.ค.)

1 วันก่อนหน้านั้น นายจตุพรต้องกลับเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพเป็นครั้งที่ 4 ชนิด “ไม่ได้เตรียมตัว” หลังศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 1 ปีโดยไม่รอลงอาญา ในคดีหมายเลขดำ อ.1962/2552 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นโจทก์ฟ้องฐานหมิ่นประมาท กรณีปราศรัยใส่ความรัฐบาลว่าเป็น “ทรราชฟันน้ำนม” สั่งการคนเสื้อน้ำเงินยิงคนเสื้อแดงในการประชุมอาเซียนปี 2552 จัดฉากสร้างสถานการณ์ทุบรถที่กระทรวงมหาดไทย เป็น “ฆาตกรมือเปื้อนเลือด” และข้อความอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ จัดกิจกรรมวางดอกกุหลาบหน้าเรือนกลางพิเศษกรุงเทพ เพื่อให้กำลังใจแนวร่วม นปช.ที่ถูกคุมขังอยู่ภายใน เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2553 แต่วันนี้เขากลับเข้าเรือนจำแห่งนี้เป็นรอบที่ 4

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง แต่ศาลฎีกากลับคำพิพากษา

แกนนำ นปช. ชี้ว่าเป็น “ข่าวร้าย” และ “เหนือความคาดหมาย” โดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ ระบุผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า “ปกติไปศาล แต่ครั้งนี้ไม่ได้ไป และคาดว่าเขาไม่น่าลงคดีนี้”

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เพื่อนร่วมอุดมการณ์ ไม่กังวลเรื่องการปรับตัวในเรือนจำของประธาน นปช. เพราะปรับตัว-ปรับใจกันมาตลอด “วันนี้เกิดกับนายจตุพร วันต่อไปอาจเกิดกับคนอื่นอีก”

ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ ชี้ว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงชะตากรรมของนักสู้เพื่อประชาชนที่มีปลายทางอยู่ 2 อย่างคือชนะกับแพ้ “..ถ้าแพ้ก็มีอยู่ 2 ทางคือตายกับติดคุก ส่วนตัวผมขอเรียนว่าเราอยู่ในขั้นของการไม่ชนะ หรือเรียกว่าแพ้ก็ได้”

นี่ไม่ใช่คดีเดียวที่นายอภิสิทธิ์กับนายจตุพรเป็น “คู่ความ” กัน เพราะอดีตนายกฯ ฟ้องหมิ่นประมาทประธาน นปช. ถึง 3 สำนวน ในจำนวนนี้มี 2 คดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วคือ 1. คดีกล่าวหานายอภิสิทธิ์ไม่เคารพและตีตนเสมอองค์พระมหากษัตริย์ (คดีหมายเลขดำที่ อ.404/2552) ศาลฎีกาสั่งจำคุก 6 เดือน และปรับ 50,000 บาท โดยให้รอลงอาญา 2 ปี และให้ลงคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์เป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน 2. คดีปราศรัยพาดพิงว่านายอภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน และหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร (คดีหมายเลขดำ อ.1008/2553) ศาลฎีกาพิพากษายืนให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 50,000 บาท โดยให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และให้ลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์รายวันเป็นเวลา 7 วัน

ส่วนอีกคดีที่ยังรอลุ้นผลคือ คดีปราศรัยกล่าวหานายอภิสิทธิ์ดึงเรื่องประชาชนยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษนายทักษิณ ชินวัตร และกล่าวหาว่าเป็น “ฆาตกรสั่งฆ่าประชาชน” (คดีหมายเลขดำ อ.4176/2552) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นให้จำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา ขณะนี้อยู่ระหว่างการฎีกา

นอกจากคดีหมิ่นประมาทที่นายจตุพรตกเป็น “จำเลย” แบบเฉพาะตัว เขากับแกนนำ นปช. ยังต้องเผชิญกับวิบากกรรมในอีกหลายคดี

แกนนำ นปช. โดน 5 คดีการเมือง
คดี จำเลย สถานะทางคดี
คดีดักฟังโทรศัพท์ (คดีหมายเลขดำ อ.177/2551) นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ศาลสั่งจำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี อยู่ระหว่างฎีกา
คดีก่อการร้ายจากการชุมนุมการเมืองปี 2553 (คดีหมายเลขดำ อ.2542/2553) นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กับพวกรวม 24 คน ศาลอาญาอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์
คดีชุมนุมบุกล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ปี 2550 (คดีหมายเลขดำ อ.3531/2553) นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ กับพวกรวม 7 คน ศาลสั่งจำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา อยู่ระหว่างฎีกา
คดีชุมนุมบุกล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ปี 2550 (คดีหมายเลขดำ อ.2799/2557) นายจตุพร พรหมพันธุ์ กับแนวร่วมอีก 1 คน รอศาลอาญานัดสืบพยาน
คดีนำมวลชนบุกล้มการประชุมอาเซียนปี 2552 นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง, นายนิสิต สินธุไพร, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายวรชัย เหมะ กับพวกรวม 13 คน ศาลสั่งจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา อยู่ระหว่างฎีกา

 

แม้อยู่ต่างขั้วการเมือง แต่แกนนำกลุ่ม “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (พธม.) ก็มีสารพัดคดี รวมถึงคดีก่อการร้ายติดตามเป็นเงาตามตัวเหมือนกัน

แกนนำพันธมิตรฯ กับ 5 คดีอาญา 2 คดีแพ่ง
คดี จำเลย สถานะทางคดี
คดีก่อการร้ายจากการชุมนุมปิดสนามบินปี 2551 (คดีหมายเลขดำ อ.973/2556) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับพวกรวม 96 คน ศาลอาญาอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์
คดีชุมนุมปิดล้อมรัฐสภาปี 2551 (คดีหมายเลขดำ อ.4924/2555) นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับพวกรวม 20 คน ศาลอาญาอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์
คดีชุมนุมบุกรุกทำเนียบรัฐบาล (คดีหมายเลขดำ อ.4925/2555) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา ศาลสั่งจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา อยู่ระหว่างอุทธรณ์คดี
คดีชุมนุมดาวกระจายขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ปี 2551 (คดีหมายเลขดำ อ.3973/2558) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา กับพวกรวม 9 คน ศาลยกฟ้องจำเลยที่ 1-6 เพราะได้ตัดสินคดีบุกรุกทำเนียบฯ แล้ว ไม่สามารถตัดสินคดีซ้ำได้ ส่วนจำเลยอีก 3 คน ศาลให้รอการกำหนดโทษไว้มีกำหนด 2 ปี
คดีชุมนุมต้านการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ผิด พ.ร.บ.มั่นคง เมื่อปี 2554 (คดีหมายเลขดำ อ.607/2548) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายประพันธ์ คูณมี, นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, สมณะโพธิรักษ์, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายเทิดภูมิ ใจดี, นายพิภพ ธงไชย และกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “คนไทยหัวใจรักชาติ” รวม 10 คน ศาลแขวงดุสิตพิพากษายกฟ้องเมื่อ พ.ค. 2560
คดีฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหายจากการชุมนุมปิดสนามบินปี 2551 (คดีหมายเลขดำ 6453/2551) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับพวกรวม 13 คน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ชดใช้เงิน ทอท. กว่า 522 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี อยู่ระหว่างขอฎีกา
คดีฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหายจากการชุมนุมปิดสนามบินปี 2551 โดยบริษัท วิทยุการบินเรียกค่าเสียหายกว่า 103 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี (คดีหมายเลขดำ 6412/2552 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวกรวม 15 คน อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำมวลชน กปปส.เคลื่อนขบวนไปรอบกรุงเทพฯ 26 ก.พ. 2557 เพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

แต่สำหรับแกนนำมวลชนที่ชื่อ “คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” (กปปส.) ที่ปักหลักชุมนุมนาน 204 วันในช่วงปี 2556-2557 พวกเขาเผชิญคดีเช่นกัน อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องคดีกบฎจากการชุมนุมการเมืองปี 2556-2557 ซึ่งมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกรวม 48 คนตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา แต่ก็ยังไม่ยื่นฟ้องคดีต่อศาล มีเพียง 1 คดีของแกนนำและนักวิชาการรวม 4 คนที่ได้เริ่มกระบวนการในศาลอาญาไปแล้ว

กปปส. มีคดีฟ้องศาล 2 คดี ไร้ชื่อ “ลุงกำนัน”
คดี จำเลย สถานะทางคดี
คดีกบฎจากการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพาผู้ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการ และขัดขวางการเลือกตั้ง (คดีหมายเลขดำ อ.1191/2557 นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, นายสกลธี ภัททิยกุล, นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์, นายเสรี วงษ์มณฑา ศาลอาญาอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์
คดีฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหายจากการชุมนุมปิดดีเอสไอ (คดีหมายเลขดำ 5034/2557) พระพุทธะอิสระ, พล.ต.สมเกียรติ วัฒนวิกย์กิจ, นายชุมพล จุลใส, นายนิติธร ล้ำเหลือ และ น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก ศาลสั่งร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย เป็นเงินกว่า 2,663 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์

ที่มา: