ข่าวเด่นประเด็นร้อน » เฟซบุ๊กปิดระบบ”เอไอ” หลังพบหุ่นยนต์สร้างภาษาพูดกันเองได้

เฟซบุ๊กปิดระบบ”เอไอ” หลังพบหุ่นยนต์สร้างภาษาพูดกันเองได้

3 August 2017
64   0

เฟซบุ๊กปิดระบบ”เอไอ” หลังพบหุ่นยนต์สร้างภาษาพูดกันเองได้

 

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สื่อทั่วโลกประโคมข่าวน่ากลัวเกี่ยวกับอนาคตของปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ที่เริ่มส่อแววจะเหมือนกับภาพยนตร์หุ่นยนต์ล้างโลกว่า เฟซบุ๊กต้องปิดใช้งานเอไอตัวหนึ่งที่กำลังพัฒนาอยู่ลง เพราะมันเริ่มสร้างภาษาขึ้นใช้เจรจาต่อรองกันเองระหว่างเอไอด้วยกันแล้ว

หนังสือพิมพ์เดอะมิร์เรอร์ของอังกฤษพาดหัวว่า “ผู้เชี่ยวชาญเตือน สติปัญญาของหุ่นยนต์เป็นอันตราย” สื่ออื่น ๆ ต่างก็รายงานข่าวไปในทำนองเดียวกัน สื่อหัวสีบางสำนักถึงกับใช้ภาพประกอบข่าวเป็นรูปหุ่นยนต์ที่น่ากลัว ซึ่งเห็นกันจนชินตาจากภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังสงสัยว่า เราควรจะตื่นกลัวตามกระแสข่าวที่น่าสะพรึงของปัญญาประดิษฐ์นี้มากน้อยแค่ไหน ? มนุษยชาติกำลังตกอยู่ในมหันตภัยใหญ่หลวงแล้วจริงหรือไม่ ?

ต้นตอของข่าวนี้มาจากไหน เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กรายงานว่ากำลังทำการวิจัยเพื่อพัฒนาโปรแกรมหุ่นยนต์สนทนาอัตโนมัติ หรือแชตบอตที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยปัญญาประดิษฐ์ตัวนี้สามารถพูดคุยตอบโต้กับมนุษย์หรือเอไออื่น ๆ ด้วยข้อความตัวอักษรขนาดสั้นได้ ซึ่งรายงานข่าวนี้ได้รับการเผยแพร่ออกไปตามสื่อต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง


รายงานระบุว่า เฟซบุ๊กทดลองให้หุ่นยนต์สองตัวเจรจาต่อรองกันถึงเรื่องสิทธิความเป็นเจ้าของในสินค้าเสมือนจริงชิ้นหนึ่ง เพื่อศึกษาถึงอิทธิพลที่ภาษาศาสตร์มีต่อสถานการณ์ของคู่เจรจาแต่ละฝ่าย ซึ่งแชตบอตถูกตั้งโปรแกรมให้ทดลองใช้ภาษาในลักษณะต่าง ๆ หลายแบบ เพื่อดูว่าการพูดคุยแบบใดบ้างที่จะทำให้เป็นต่อในการเจรจาได้

ไม่กี่วันต่อมา มีรายงานข่าวว่าแชตบอตเริ่มใช้ภาษาแปลกประหลาดที่ฟังดูไม่เป็นภาษามนุษย์เจรจากัน เช่น “ฉันทำได้ ฉันสามารถ ฉันสิ่งอื่น ๆ ทุกสิ่งไหม ?” หรือ “ลูกบอลมีเลขศูนย์กับฉัน กับฉัน กับฉัน กับฉัน กับฉัน กับฉัน กับ”

ภาษาประหลาดเหล่านี้เป็นที่มาของกระแสข่าวที่ว่า เอไอเริ่มประดิษฐ์ภาษาของตัวเองที่มนุษย์ไม่เข้าใจขึ้นใช้งานได้แล้ว ทั้งที่จริงเรื่องนี้เป็นผลมาจากการทำงานของ Neural Network (ระบบคอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นโดยเลียนแบบการทำงานของสมองมนุษย์) ที่พยายามดัดแปลงภาษาคนเพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในสายตาของระบบเท่านั้น แต่ข้อความเหล่านี้อาจดูหลอกหลอนน่ากลัวเหมือนคำพูดของหุ่นยนต์สังหาร สำหรับคนที่จินตนาการไปในทางลบ

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยกูเกิลรายงานว่าซอฟต์แวร์แปลภาษาของตนเคยทำเช่นนี้มาแล้ว ในระหว่างขั้นตอนการพัฒนาก่อนหน้านี้ โดยเป็นความพยายามของระบบที่จะเข้ารหัสบางอย่างในเชิงอรรถศาสตร์ (Semantics) ซึ่งเป็นการดัดแปลงระบบความหมายของประโยคนั้น  ในเวลาต่อมาเฟซบุ๊กเผยว่า ได้ตัดสินใจปิดแชตบอตดังกล่าวลง เพราะไม่มีความสนใจที่จะพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เพื่อใช้งานในเชิงดังกล่าวอีกต่อไป ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวว่าเอไอได้เริ่มพัฒนาความสามารถที่มนุษย์ควบคุมไม่ได้

มนุษยชาติต้องคอยระแวงปัญญาประดิษฐ์ไหม ?

ข่าวการปะทะคารมระหว่างบรรดาผู้นำในแวดวงเทคโนโลยี เช่นอีลอน มัสก์ กับมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ในเรื่องที่ว่าเอไอจะให้คุณหรือให้โทษในอนาคต ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงใกล้เคียงกับข่าวภาษาประหลาดของแชตบอต ยิ่งทำให้มีการเผยแพร่ข่าวนี้ไปในทางที่น่าตื่นตกใจยิ่งขึ้น แม้กระแสข่าวดังกล่าวจะถูกบิดเบือนและไม่เป็นความจริงทั้งหมด แต่เป็นสิ่งสะท้อนอย่างดีถึงความกลัวเครื่องจักรของมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังมาผ่านวัฒนธรรมความบันเทิงที่หุ่นยนต์ส่วนใหญ่มักเป็นตัวร้ายในภาพยนตร์เสมอ

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มนุษย์มีความกลัวเอไอ มาจากการที่ไม่สามารถทำความเข้าใจหรืออธิบายได้ทั้งหมดว่า เหตุใดเอไอจึงสร้างผลลัพธ์ที่แปลกประหลาดออกมาในบางครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีการติดตั้งให้เอไอตั้งแต่สองตัวขึ้นไปเชื่อมโยงสื่อสารกัน เช่นในกรณีของเฟซบุ๊กนี้

การที่ไม่สามารถทำนายผลลัพธ์การทำงานของเอไอได้ ทำให้เกิดความหวาดระแวงไม่ไว้วางใจเอไอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการมอบหมายให้ดูแลบริหารงานที่สำคัญต่อความเป็นความตาย เช่นการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์

เรื่องดังกล่าวจึงเป็นที่มาให้มีการเร่งวางกรอบกำกับ และแนวทางจริยธรรมสำหรับการพัฒนาเอไอ ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทใกล้ชิดในชีวิตประจำวันของมนุษย์หลายแง่มุมในไม่ช้านี้

ขอบคุณที่มาข่าว บีบีชีไทย